“อดีตบิ๊กข่าวกรอง” ชี้ เพราะมีอาจารย์แบบ “ปิยบุตร” ลูกศิษย์​ถึงได้ “กู่ไม่กลับ”

สภากาแฟ

(16 ม.ค. 64) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีรายละเอียดดังนี้

ม. 112 ยังไงก็ต้องมี

นักการเมืองที่เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยออกมาแสดงความเห็นว่า ม. 112 มีปัญหาต้องแก้ไข อย่าให้มีคนต้องติดคุกเสียอนาคต เพราะแสดงเสรีภาพ

ครูบาอาจารย์เป็นเสียเองอย่างนี้ ลูกศิษย์​ถึงได้กู่ไม่กลับ ระรานละเลงสีไปทั่ว ความผิด​ ม.112​ ไม่พอ​ พ่วงข้อหาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ให้มีความผิดหลายๆกระทง

เรียกร้องให้คนอื่นเคารพความเป็นมนุษย์ของ​ตนเอง​ แต่ไม่เคารพคนอื่น มันทำไม่ได้ เข้าใจน่ะ​ คิดได้ไงเอาอาหารสุนัขไปให้ตำรวจ เห็นคนอื่นไม่ใช่คน ตำรวจอดกลั้นไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เค้ากลัว แต่สมเพชเห็นเป็นเด็กไม่อยากทำร้าย นิ้วพิการแล้วอย่าให้ใจพิการด้วย

ม. 112 ขัดเจนอยู่แล้ว บัญญัติห้ามไว้ว่า ห้ามทำอะไร​บ้าง​ ถ้าไม่ทำก็​ไม่ผิด​ ทำถึงจะมีความผิด​ ไม่ได้เขียนอะไรที่มันยอกย้อนต้องตีความ ไม่อยากติดคุก อยู่เฉยๆ ไม่ล่วงละเมิด​ ไม่อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันฯ กฎหมายก็ทำอะไรไมได้​ เมื่ออยากลองดีกับกฎหมาย ก็ต้องเผชิญวิบากกรรมเอาเอง

จะบอกให้ว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกใบนี้ ที่จะให้คนมีเสรีภาพสมบูรณ์แบบ​ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีข้อจำกัด นอกเหนือจากกฎหมายแล้ว ทุกสังคมยังมี

กฎระเบียบ จารีต​ ประเพณี​ ที่เป็นจะกำหนดว่า ให้ทำอะไรได้ ทำอะไร​ไม่ได้​ เรียกว่า​ บรรทัดฐานของสังคม การจะอยู่ในสังคม ต้องเคารพกติกาของสังคม จะมานอกคอก ตามใจตัวเองไม่ได้.