“ทิพานัน” ฉะ “ธนาธร” รู้ทุกเรื่องยกเว้นความจริง – ถาม มี “จิตสำนึกที่ดี” ต่อสังคมอย่างไร

ข่าวการเมือง

(14 มี.ค.64) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความทางเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็นเรื่องวัคซีนโควิด-19 และการแสดงความคิดเห็นทางคลับเฮาส์ว่า นายธนาธรน่าจะมีปัญหาเรื่องความจำ จึงทำให้สื่อสารแต่ข้อมูลเก่าๆ จนสังคมสับสน ซึ่งนายธนาธรยังยึดติดแต่ข้อมูลเดิมๆ เก่าๆ ตั้งแต่ 26 พ.ย. 63 มากล่าวหาปรักปรำคนทำงานว่าเขาโกหกไม่ได้  หากอยากเป็นคนรอบรู้นายธนาธรต้องรู้จักหมั่นอัปเดตข้อมูลให้ถูกต้อง เพิ่มความจุความจำสมองให้สอดคล้องกับข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะขอสรุปให้ฟังอีกครั้งว่าแผนการจัดหาวัคซีนโควิด ณ ปัจจุบันของไทย ปี 2564 มีทั้งหมด 63 ล้านโดส คือ วัคซีนซิโนแวก 2 ล้านโดสและวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดสและยังมีการจัดหาเพิ่มเติมต่อเนื่องเพื่อฉีดให้ประชาชนอย่างน้อย 63 ล้านโดส ภายในปี 2564

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า หากนายธนาธรเปิดรับข้อมูลที่เป็นจริงจะพบว่า รัฐบาลไม่เคยมีนโยบายปิดกั้นหรือผูกขาดภาคเอกชนนำเข้าและใช้วัคซีนโควิด-19 ซึ่งขณะนี้มีผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว 4 ราย

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 2 ราย คือ

  1. วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ของบจก. แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) และ
  2. โคโรนาแวค ของบ.ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม

และอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการยื่นเอกสาร ได้แก่

  1.  วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยบจก. แจนเซ่น-ซีแลก และ
  2. วัคซีนของบ. บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี โดยบจก.ไบโอจีนีเทค

“รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขยังได้สั่งการให้ อย. อำนวยความสะดวก เปิดช่องทางพิเศษในการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 สำหรับภาคเอกชนมายื่นเป็นผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรก่อน และยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 จากนั้นอย.จะพิจารณาจากเอกสาร ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล เพื่อให้สามารถอนุมัติทะเบียนโดยเร็วที่สุด ในส่วนผู้ได้รับอนุญาตนำเข้ายาอยู่แล้ว เช่น โรงพยาบาลเอกชน หากประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ก็ต้องมาขอขึ้นทะเบียนวัคซีนอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ขณะนี้หอการค้าไทย สภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม ก็กำลังสำรวจความต้องการของสถานประกอบการในการฉีดวัคซีนให้กับพนักงานเพื่อนำมารวบรวมสำหรับเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ร่วมกับภาครัฐบาลอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างรอบคอบ มีแผนรองรับอย่างปลอดภัย

“สิ่งที่นายธนาธรแสดงความคิดเห็น ต้องถามว่ามี “จิตสำนึกที่ดี” ต่อสังคมอย่างไร สิ่งที่นายธนาธรทำคล้ายว่านายธนาธรรู้ทุกเรื่องยกเว้นความจริง หลายครั้งข้อมูลก็ถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงอยากขอให้นายธนาธรหยุดสื่อสารข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจนทำให้สังคมสับสน คนทำงานก็เสียกำลังใจกันไปหมด และหากหวังดีกับประเทศก็ทำได้ง่ายๆ คือหยุดพูด หยุดโพสต์ ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และคนทำงานได้อย่างดีที่สุด น.ส.ทิพานัน กล่าว

แหล่งข่าว https://www.dailynews.co.th/politics/830928